เปรียบเทียบความต่าง เคลือบแก้ว vs เคลือบเซรามิก

ชวนรู้จักกับการเคลือบแก้วรถยนต์คืออะไร มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไรบ้าง

การดูแลรักษาสีรถให้สวยและเงางามอยู่เสมอเป็นสิ่งที่เจ้าของรถทุกคนต้องการ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการเคลือบผิวรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะการเคลือบแก้ว การเคลือบผิวรถยนต์ให้มีความเงางาม ปกป้องผิวรถยนต์จากรอยขีดข่วนบทความนี้จะชวนทุกคนไปรู้จักกับการเคลือบแก้ว และพาไปรู้จักกับการเคลือบรูปแบบอื่น ๆ พร้อมทั้งเปรียบเทียบความต่างระหว่างการเคลือบรถยนต์ทั้ง 3 รูปแบบอย่างละเอียด พร้อมแชร์เคล็ดลับการดูแลรถหลังเคลือบว่าควรดูแลรถอย่างไร

 

เคลือบแก้ว (Glass Coating) คืออะไร

เคลือบแก้ว (Glass Coating) เป็นนวัตกรรมการดูแลรักษารถยนต์ที่ใช้สารพิเศษที่มีส่วนผสมของ Silicon Dioxide (SiO2) หรือซิลิกา ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักในการผลิตแก้ว มาเคลือบบนผิวรถเพื่อสร้างชั้นป้องกันพิเศษ การเคลือบแก้วมีระดับความหนาตั้งแต่ 1H ถึง 9H โดย 9H คือระดับสูงสุดที่มีความแข็งแรงมากที่สุด เมื่อเคลือบแล้วจะทำให้ผิวรถเป็นเงางามและสร้างเกราะป้องกันชั้นพิเศษให้กับแล็คเกอร์และสีรถ ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เปิดข้อดีของการเคลือบแก้ว

การเคลือบแก้วรถยนต์มีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะรถสีขาวและสีดำที่มักเกิดรอยได้ง่าย เคลือบแก้วช่วยรักษาความเงางามของสีรถให้ดูใหม่อยู่เสมอ และป้องกันรอยขีดข่วนเล็ก ๆ เช่น รอยขนแมวหรือรอยขนผ้าได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันรังสี UV สำหรับรถที่ต้องจอดกลางแจ้งบ่อยๆ และป้องกันคราบสกปรกต่าง ๆ เช่น ฝุ่น มูลนก ยางมะตอย และคราบน้ำฝน ที่สำคัญคือการเคลือบแก้วมีความคงทนสูง อยู่ได้นาน 2-3 ปี ยาวนานกว่าการเคลือบแว็กซ์ทั่วไป

เคลือบแก้วและเคลือบเซรามิก

วิธีการเคลือบแก้วรถยนต์

วิธีการเคลือบแก้วถือเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ เพื่อให้การเคลือบผิวรถยนต์ออกมามีความสวยงาม และเนี้ยบมากที่สุด ไปดูกันว่าขั้นตอนการเคลือบแก้วนั้นมีอะไรบ้าง

 

เตรียมผิวรถยนต์

ขั้นตอนแรกที่สำคัญคือการเตรียมผิวรถให้สะอาดปราศจากสิ่งสกปรก โดยต้องล้างทำความสะอาดอย่างละเอียด จากนั้นใช้ดินน้ำมันเฉพาะทางเพื่อกำจัดคราบฝังลึกและสิ่งสกปรกที่ตกค้าง ในขั้นตอนการเตรียมผิวต้องทำอย่างละเอียด เพื่อให้การเคลือบแก้วมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

ขัดสี

การขัดสีรถยนต์เป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำก่อนเคลือบแก้ว เพื่อลบรอยขีดข่วนและรอยขนแมวที่มีอยู่เดิมให้หมดไป การขัดสีที่ดีจะช่วยให้ผิวรถเรียบเนียนและพร้อมสำหรับการเคลือบแก้ว ควรใช้น้ำยาขัดสีคุณภาพดีและอุปกรณ์ที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดรอยใหม่ระหว่างการขัด

ข้อดีและข้อเสียของการเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิก และการเคลือบสี

ลงน้ำยาเคลือบ

หลังจากเตรียมผิวและขัดสีเรียบร้อยแล้ว จึงเริ่มลงน้ำยาเคลือบแก้วโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยขจัดคราบสารเคมีตกค้างและเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการเคลือบ การลงน้ำยาต้องอาศัยความชำนาญและเทคนิคเฉพาะ หลังจากเคลือบเสร็จต้องทิ้งไว้ให้เซตตัวประมาณ 24 ชั่วโมง โดยห้ามให้รถโดนน้ำเด็ดขาด เพื่อให้น้ำยาแห้งสนิทและเกิดการยึดเกาะที่สมบูรณ์

 

เคลือบเงา

ขั้นตอนสุดท้ายคือการเคลือบเงาหรือลงแว็กซ์เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความเงางาม ทำให้รถดูสวยงามและคุ้มค่ากับการลงทุน การเคลือบเงาช่วยเสริมประสิทธิภาพของการเคลือบแก้วและทำให้ผิวรถดูมีมิติมากขึ้น ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เข้ากันได้กับการเคลือบแก้วเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 

ข้อควรระวังในการเคลือบแก้ว

แม้ว่าการเคลือบแก้วจะมีประสิทธิภาพสูงในการปกป้องผิวรถ แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรทราบ การเคลือบแก้วไม่ได้ทำให้รถทนทานเหมือนเพชร และไม่สามารถป้องกันรอยขีดข่วนรุนแรง เช่น การใช้ฟองน้ำที่มีเศษทรายขัดถู หรือการโดนของแข็งกระแทก นอกจากนี้ รถที่จะเคลือบแก้วควรมีสภาพผิวที่ดี ไม่มีรอยขีดข่วนมาก่อน หรือต้องผ่านการ wet look ก่อนเคลือบ ยกเว้นรถป้ายแดงที่สามารถเคลือบได้ทันที

 

ประเภทของการเคลือบผิวรถยนต์แบบอื่น ๆ 

ประเภทของการเคลือบผิวรถยนต์นั้นสามารถแบ่งได้ 3 ประเภทหลัก ๆ คือการเคลือบแก้ว การเคลือบเซรามิก และการเคลือบสี ไปดูกันว่าการเคลือบทั้ง 3 รูปแบบคืออะไร และแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

การดูแลรักษาหลังการเคลือบผิวรถยนต์

เคลือบแก้ว

เคลือบแก้ว คือการใช้สารที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Silicon dioxide (SiO2) หรือที่เรียกว่าซิลิกา ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับที่ใช้ผลิตแก้วน้ำที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน มาเคลือบบนผิวรถ ซึ่งสารชนิดนี้มีคุณสมบัติที่แข็งกว่าผิวรถเดิม ช่วยให้ผิวรถยนต์มีความเงางาม ช่วยปกป้องรอยขีดข่วน และมีความคงทนในระยะเวลาที่นานกว่าการเคลือบสีทั่วไป

 

เคลือบเซรามิก

เคลือบเซรามิกเป็นการใช้สารในกลุ่มเซรามิกมาเป็นสารตั้งต้นในการผลิตน้ำยาเคลือบผิวรถ ซึ่งสารในกลุ่มนี้มีหลากหลายชนิด แต่ที่นิยมใช้มากที่สุดคือ ซิลิคอนคาร์ไบด์ (Silicon carbide : SiC) ซึ่งมีคุณสมบัติที่แข็งแกร่งและทนทานมากกว่าซิลิกาที่ใช้ในการเคลือบแก้ว

 

เคลือบสี

เคลือบสีเป็นวิธีการดั้งเดิมในการปกป้องและเพิ่มความเงางามให้กับสีรถ โดยใช้น้ำยาเคลือบสีที่มีส่วนผสมของแวกซ์หรือพอลิเมอร์ สำหรับการเคลือบสีเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรถด้วยตัวเอง มีงบประมาณจำกัด หรือต้องการเพิ่มความเงางามให้กับรถในระยะสั้น

 

เปิดความต่างระหว่างการเคลือบแก้วกับเคลือบเซรามิก

เมื่อเปรียบเทียบการเคลือบแก้วกับเคลือบเซรามิก เราจะพบความแตกต่างที่สำคัญหลายประการ เริ่มต้นจากสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิต สำหรับเคลือบแก้วใช้ Silicon dioxide (SiO2) หรือซิลิกา ในขณะที่เคลือบเซรามิกใช้สารในกลุ่มเซรามิก เช่น Silicon carbide (SiC) สารตั้งต้นที่มีความแตกต่าง ส่งผลต่อคุณสมบัติของการเคลือบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความแข็งและความทนทาน

การเคลือบเซรามิกจะให้ความแข็งที่สูงกว่า โดยมีค่าความแข็งประมาณ 9-9.5H เทียบกับเคลือบแก้วที่มีค่าความแข็งประมาณ 7H ส่งผลให้เคลือบเซรามิกสามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีกว่า นอกจากนี้ เคลือบเซรามิกยังมีความทนทานต่อสารเคมีและรังสี UV ได้ดีเยี่ยมกว่าเคลือบแก้ว ทำให้สามารถปกป้องสีรถจากสภาพแวดล้อมที่รุนแรงได้ดีกว่า

ส่วนการเคลือบแก้วมีข้อได้เปรียบคือการติดตั้งที่ง่ายกว่าและใช้เวลาน้อยกว่า ในขณะที่เคลือบเซรามิกต้องการความเชี่ยวชาญในการติดตั้งและใช้เวลานานกว่า

ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในการเลือกวิธีการเคลือบผิวรถ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ทั้งงบประมาณ ความต้องการในการใช้งาน และความพร้อมในการดูแลรักษา เพื่อให้ได้วิธีการเคลือบผิวรถที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตนเอง

ดูยังไงว่ารถเคลือบแก้ว

การดูแลรักษาหลังการเคลือบผิวรถยนต์

การเคลือบผิวรถไม่ว่าจะเป็นเคลือบแก้วหรือเคลือบเซรามิก ต่างก็ต้องการการดูแลรักษาที่เหมาะสมเพื่อให้ประสิทธิภาพการปกป้องและความสวยงามคงอยู่ได้นาน สำหรับรถที่เพิ่งผ่านการเคลือบแก้ว ควรปล่อยให้ผิวเคลือบบ่มตัวประมาณ 1-2 วัน โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำ ส่วนเคลือบเซรามิกอาจต้องใช้เวลานานถึง 1-2 สัปดาห์ ในระหว่างนี้ควรจอดรถในร่มไม่ให้รถโดนฝนและไม่ล้างรถ

หลังจากผ่านช่วงบ่มตัว การดูแลรักษารถทั้งสองแบบมีหลักการคล้ายกัน ควรล้างรถอย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำยาล้างรถที่มีค่า pH เป็นกลาง ใช้ฟองน้ำหรือผ้าไมโครไฟเบอร์ที่นุ่มและสะอาด เพื่อหลีกเลี่ยงการขูดขีดผิวเคลือบ หลังล้างเสร็จควรเช็ดให้แห้งด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาด เพื่อป้องกันคราบน้ำ นอกจากนี้เพื่อการปกป้องผิวเคลือบจากรังสียูวี ควรจอดรถในร่ม หรือใช้ผ้าคลุม

 

FAQ

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แต่ยังมีคำถามที่สงสัยเกี่ยวกับการเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิก เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อย เพื่อตอบคำถามให้หายสงสัยกัน

 

เคลือบแก้ว ครั้งละกี่บาท

ราคาเคลือบแก้วในแต่ละร้านจะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดของรถ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เคลือบแก้วแต่ละครั้งราคาจะอยู่ที่ประมาณ 3,000-15,000 บาทต่อครั้ง

 

เคลือบแก้วรถยนต์มีกี่ประเภท

เคลือบแก้วรถยนต์มีด้วยกันทั้งหมด 2 ประเภท คือ การเคลือบแก้วแบบทา และการเคลือบแก้วแบบพ่น

 

ดูยังไงว่ารถเคลือบแก้ว

รถที่เคลือบแก้วสามารถสังเกตได้จากผิวรถที่มีความเงางามเป็นพิเศษ และเมื่อหยดน้ำลงบนผิวรถ น้ำจะเกาะตัวเป็นหยดกลมและกลิ้งออกไปได้ง่าย ๆ 

 

เคลือบเซรามิก ดีไหม

เคลือบเซรามิกเป็นรูปแบบการเคลือบที่ดี ช่วยให้รถมีความเงางาม ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดี

 

เคลือบแก้วรถ ห้ามโดนน้ำกี่วัน

เมื่อเคลือบแก้วรถไม่ควรโดนน้ำประมาณ 1-2 วัน เพื่อให้ผิวเคลือบบ่มตัว 

 

เคลือบแก้วแล้วลงแวกซ์ได้ไหม

เมื่อรถเคลือบแล้วก็สามารถลงแวกซ์ได้ปกติ แต่หากใช้น้ำยาสำหรับเคลือบแก้วโดยเฉพาะ ก็จะยิ่งช่วยให้ผิวเคลือบรถยนต์มีความเงางามมากขึ้น

 

เคลือบแก้วแล้วขัดเงาได้ไหม

การเคลือบแก้วเป็นการเคลือบด้วยน้ำยา เพื่อปกป้องผิวของตัวรถ หากมีการขัดเงาอาจทำให้ชั้นฟิล์มบางลง หากขัดแรง ๆ ก็สามารถทำให้ชั้นเคลือบแก้วหลุดได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการขัดทุกประเภท 

 

เคลือบแก้วกันฝุ่นได้ไหม

รถยนต์ที่ผ่านการเคลือบแก้วมาแล้ว คราบฝุ่นและคราบสกปรกจะไม่ฝังคราบแน่น เพราะพื้นผิวหลังเคลือบมีความลื่น อีกทั้งน้ำยาเคลือบยังมีสาร Anti-Static ที่ช่วยป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิต ซึ่งช่วยลดการเกาะตัวของฝุ่น

 

เคลือบแก้วแล้วคลุมรถได้ไหม

เมื่อรถเคลือบแก้วแล้วสามารถใช้ผ้าคลุมรถได้ เพื่อเป็นการปกป้องผิวเคลือบจากรังสี UV ช่วยให้เคลือบอยู่ได้นานมากขึ้น

สรุป 

เคลือบแก้วแล้วคลุมรถได้ไหม

การเคลือบแก้วเป็นตัวช่วยในการดูแลผิวรถให้มีความสวยงาม ไม่เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย แม้ว่าการเคลือบแก้วจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่เมื่อพิจารณาถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพการปกป้องระยะยาว ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรักษารถให้สวยงามยาวนาน การเคลือบแก้วจึงได้รับความนิยมทั้งในรถรุ่นใหม่และรุ่นเก่า เพราะเคลือบเพียงครั้งเดียวสามารถอยู่ได้หลายปี นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับรถที่คุณรัก

สำหรับใครที่ต้องการเคลือบแก้ว หรือต้องการเคลือบรถยนต์รูปแบบอื่น ๆ แนะนำให้มาที่ Autobahn เพราะที่นี่มีบริการเคลือบรถที่ได้มาตรฐาน ช่วยให้รถมีความเงางาม สำหรับใครที่สนใจ อยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ผ่านทางLine@Autobahnหรือโทร 091-982-4445เราพร้อมบริการลูกค้าทุกท่านอย่างดีที่สุด

Share via:
บทความที่เกี่ยวข้อง
ฟิล์มใสกันรอย PPF : ปกป้องสีรถยนต์ให้ใหม่เงางามอยู่เสมอ
29/04/2024 by Autobahn TH in
✅ ต้องการปกป้องสีรถให้ใหม่และเงางามอยู่เสมอ โดยไม่ต้องเคลือบแก้ว ✅ ต้องการป้องกันรอยขีดข่วน และรอยกระเทาะจากหินดีดตอนขับรถทางไกล ✅ ต้องการความสะดวกในการทำความสะอาด สามารถล้างและขัดเคลือบได้
Audi A5 Parts, Wheels & Accessories
23/04/2024 by Autobahn TH in
ชุดแต่ง Audi A5 Parts & Wheels & Accessories – ทางเรา Autobahn Thailand บริการรับ สั่งอะไหล่ ชุดแต่ง ล้อ และ Accessories ต่างๆ จากทั่วโลก ไม่ว่าจะแบรนด์ไหน เราสามารถสั่งให้คุณได้ พร้อมทั้งบริการติดตั้ง ทำสี ครบวงจร ลูกค้าสามารถเข้ามาที่ร้าน ให้ทีมงานแนะนำออกแบบ ดูสินค้า หรือดูรถตัวอย่างก่อนตัดสินใจได้นะครับ
BMW 3 Series G20 LCI (330e) x Autobahn Valvetronic Exhaust System (Titanium)
BMW 3 Series G20 LCI (330e) ติดตั้งท่อสูตรไทเทเนี่ยม Autobahn Valvetronic Exhaust System มาพร้อมระบบวาล์ว เปิด-ปิด สามารถสั่งการผ่านรีโมทได้ด้วย และเพิ่มสมรรถนะของรถให้ดียิ่งขึ้น วัสดุท่อไอเสียเป็น Titanium ที่สำคัญช่วยลดน้ำหนักของตัวรถลงไปอีกด้วย จะได้พบกับเสียงท่อที่เร้าใจและการตอบสนองคันเร่งดียิ่งขึ้น ชุดท่อไทเทเนี่ยมสามารถเลือกสีอื่นๆได้ค่ะ มีสำหรับรถยุโรปทุกรุ่น - Autobahn Valvetronic Exhaust System (Titanium)
Get in touch with Autobahn
Interested in our services? Send us message and we’ll respond as soon as possible
091-982-4445 | 096-656-6536 | 095-659-4224
icon-socialicon-socialicon-socialicon-social
Copyright ©2022 Autobahn Thailand.
All rights reserved.
เลือกการตั้งค่าคุกกี้ของคุณ
เลือกการตั้งค่าคุกกี้ของคุณ
line-icon